You are here

Art and Engagement in Early Postwar Japan

Art and Engagement in Postwar Japan book cover
Jesty, Justin. Art and Engagement in Early Postwar Japan. Cornell University Press, 2018

หมุน วง ล้อ ฟรี เครดิต1️⃣LOOK618, HMPRO เชื่อปีนี้กำไรยังโตได้-คงเป้ายอดขายโต 10-15% เงินบาทอ่อนค่าหลังมีแรงซื้อดอลล์ระหว่างวัน,ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 131.30ล้านบาท หรือ 0.136บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 97% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 66.64ล้านบาท หรือ0.078บาทต่อหุ้นแรงขายหุ้น Bigcap กดดัน SET ลงมาทดสอบแนวรับ 1,420 จุดแนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนถึงการคาดการณ์ว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะในการแข่งขันที่แข็งแกร่งในธุรกิจหลักของบริษัทต่อไป ทั้งนี้ อันดับเครดิตของบริษัทอาจปรับเพิ่มขึ้นได้หากบริษัทสามารถเพิ่มจำนวนและความหลากหลายให้แก่ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารได้โดยที่ยังคงรักษาสถานะทางการเงินให้อยู่ได้ในระดับปัจจุบัน ในทางตรงข้าม อันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลงหากผลการดำเนินงานของบริษัทหดตัวลงเป็นเวลานาน หรือบริษัทมีการลงทุนที่มีการก่อหนี้จำนวนมาก ,สำหรับผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุนดังกล่าวนั้น จะเป็นการเพิ่มขอบเขตการดำเนินกิจการของบริษัทให้เพิ่มขึ้น และสามารถรับรู้รายได้และกำไรของ MS เข้ามาในงบการเงินโดยทันที สำหรับแหล่งเงินลงทุนจะมาจากกระแสเงินสดของบริษัทส่วนการลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศฟิลิปปินส์ ได้ชะลอออกไปจากเดิมที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปีนี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงในเรื่องของการได้รับใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้าที่จะออกให้เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จเท่านั้น ทำให้บริษัทปรับแผนเป็นการร่วมลงทุนในโรงไฟฟ้าที่ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าแล้วแทนการเข้าลงทุนเองทั้งหมด โดยบริษัทฯคาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงต้นปี 59อนึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2558 ที่ศาลอาญา รัชดา นายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร ผู้บริหารบริษัท SLC ซึ่งเป็นบริษัทที่ลงทุนซื้อหุ้นของ NMGพร้อมด้วย นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความ เดินทางเข้ายื่นฟ้อง นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ผู้บริหารบริษัทเนชั่นฯ และนายธนา ทุมมานนท์ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ทั้งนี้คาดว่าการที่ TUFถูกฟ้องอาจกระทบอารมณ์การลงทุนโดยประเด็นกรณีนี้แยกเป็นคนละกรณีกับข้อหาผูกขาดตลาด แต่อย่างไรก็ตามมองว่าประเด็นนี้มาจากด้านของผู้บริโภค ซึ่งจัดว่าเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจ และใช้เวลานานในการฟ้องร้องโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นอื่นๆ และผู้ถือหุ้นรายย่อยจะได้ดำเนินการทำหนังสือขอให้กรรมการ NMG เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ให้ทันตามกำหนดเวลาตามคำสั่งของตลาดหลักทรัพย์ฯ และขอความร่วมมือจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นและขอรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อออกหนังสือเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ADVANC นับวันรอประมูล 4G พร้อมตั้งเป้ารายได้ธุรกิจบรอดแบนด์ปีนี้ราว 8 หมื่นลบ. ตลาดหุ้นเอเซียช่วงเช้าส่วนใหญ่สามารถยืนได้ในแดนบวก โดยตลาดหุ้นจีนปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 4.00% ตามด้วยตลาดหุ้นไต้หวัน ญี่ปุ่นและฮ่องที่ปรับเพิ่มขึ้น 0.38% 0.33% และ 0.02% ตามลำดับ ขณะที่หุ้นในกลุ่ม TlP ล่าสุดตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปรับเพิ่มขึ้น 0.2% สวนทางกับตลาดหุ้นอินโดนิเซียติดลบ 0.99% สำหรับตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET lndex ปิดที่ 1,423.16 จุด ปรับลดลง 5.63 จุด หรือเท่ากับ 0.39% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.76 หมื่นล้านบาทSF/5.65 ราคาเดินหน้าจากฐานหลังเครื่องมือให้สัญญาณซื้อนำมาได้พักหนึ่ง มีลุ้นดีดตัวผ่าน EMA-75 วัน เก็งกำไร แนวรับ 5.55 แนวต้าน 5.90-6.00 cut loss 5.45 บ.นอกจากนี้บริษัทยังจะหาพันธมิตรที่จะเข้าไปร่วมทุนในประเทศอินโดนิเชียซึ่งมีตลาดผู้ใช้งานมือถือกว่า 237 ล้านเลขหมายหรือมากกว่าประเทศไทยถึง 2 เท่า มองว่า บุญเติม Business Model ของกลุ่มบริษัท FORTH นั้นนับว่าเป็นการสร้าง Network ขนาดใหญ่ที่สามารถเข้าถึงผู้ใช้บริการโดยตรง ด้วย Network ของตู้บุญเติมที่มีมากกว่า 4 หมื่นตู้ แต่สามารถบริหารจัดการได้จาก Center กลาง ทำให้ต้นทุน นั้นต่ำมาก ได้ลองทำ Sensitivity Analysis การเพิ่มขึ้นของรายได้ของตู้บุญเติมทุกๆ 1 บาทต่อวันต่อตู้ (30 บาทต่อเดือนต่อตู้) จะเพิ่มมูลค่าพื้นฐานของ FORTH 0.13 บาทต่อหุ้น มองความเป็นไปได้ในการที่จะเพิ่ม Service ให้กับตู้บุญเติมได้อีกอย่างมาก,ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้ายอดขายรวมปีนี้เติบโต 10-15% จากปีก่อนที่มียอดขายรวม 4.5 หมื่นล้านบาท ปัจจัยสนับสนุนมาจากยอดขายของสาขาเดิม (SSSG)โดยเฉพาะในกรุงเทพฯยังเป็นบวก แม้ว่ากำลังซื้อของตลาดจะชะลอตัวลง ซึ่งส่วนใหญ่จะไปกระทบในยอดขายของสาขาเดิมในต่างจังหวัดที่คาดว่าจะติดลบต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกที่ติดลบ 5-6% จากภาวะเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้ตลาดค้าปลีกในปีนี้จะไม่ขยายตัว ปัจจัยหลักมาจากการหดตัวของตลาดต่างจังหวัดที่ได้รับกระทบจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ขณะที่ MACD ปัจจุบันเกิดสัญญาณบวกยืนยัน จากการขึ้นมาตัดเส้น Signal Line ขึ้นมา ซึ่งจากการเกิดสัญญาณนี้ใน 2 ครั้งล่าสุด จะเห็นว่าราคาสามารถปรับเพิ่มได้ทุกครั้ง ทำให้เชื่อว่า NWR จะสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้ โดยมีแนวต้านแรกของ SMA 25 วัน ที่ 1.76 บาท หากผ่านได้น่าจะขึ้นไปทดสอบ 1.81 บาท บอร์ดสลากฯเลื่อนออกสลากกินแบ่งรัฐบาล 3 งวด!ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 215,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 5.3% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2008พร้อมกันนี้ขอแจ้งให้ทราบว่ากระแสข่าวที่ออกมาหลายทิศทางนั้นทั้งกับเจ้าหน้าที่การตลาด หรือผู้ถือหุ้น โดยสรุปแล้วเป็นเรื่องของบุคคล ซึ่งไม่เกี่ยวกับบริษัทที่เป็นนิติบุคคล และเป็นบริษัทมหาชนด้วย ดังนั้น AEC ก็จะยังคงอยู่ แม้ในที่สุดจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในส่วนบนหรือล่างก็จะไม่กระทบกระเทือนกับลูกค้า, ดาวโจนส์ปิดวันศุกร์ปรับลง ตลาดวิตกเฟดขึ้นดอกเบี้ย เก็งกำไรหุ้นใหญ่ จิตวิทยาบวก: ADVANC INTUCH DTAC EGCO RATCH KTB TMBด้านนักลงทุนจับตาดูความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) หลังจากนายเดนนิส ล็อคฮาร์ท ประธานเฟดสาขาแอตแลนตา เปิดเผยล่าสุดว่า เฟดใกล้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีแล้ว โดยระบุว่าความคืบหน้าของเศรษฐกิจนับตั้งแต่ต้นปีนี้ค่อนข้างน่าพอใจ และเขามีความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมากกว่าในช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้ รวมทั้งมีความกังวลลดลงต่อการพลิกผันของภาวะเศรษฐกิจ โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะสามารถรับมือต่อภาวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปของเฟด FORTH ปิดตลาดวันนี้พุ่ง 6.45% แตะระดับสูงสุด 10.10 บ. นอกจากนี้บริษัทยังจะหาพันธมิตรที่จะเข้าไปร่วมทุนในประเทศอินโดนิเชียซึ่งมีตลาดผู้ใช้งานมือถือกว่า 237 ล้านเลขหมายหรือมากกว่าประเทศไทยถึง 2 เท่า มองว่า บุญเติม Business Model ของกลุ่มบริษัท FORTH นั้นนับว่าเป็นการสร้าง Network ขนาดใหญ่ที่สามารถเข้าถึงผู้ใช้บริการโดยตรง ด้วย Network ของตู้บุญเติมที่มีมากกว่า 4 หมื่นตู้ แต่สามารถบริหารจัดการได้จาก Center กลาง ทำให้ต้นทุน นั้นต่ำมาก ได้ลองทำ Sensitivity Analysis การเพิ่มขึ้นของรายได้ของตู้บุญเติมทุกๆ 1 บาทต่อวันต่อตู้ (30 บาทต่อเดือนต่อตู้) จะเพิ่มมูลค่าพื้นฐานของ FORTH 0.13 บาทต่อหุ้น มองความเป็นไปได้ในการที่จะเพิ่ม Service ให้กับตู้บุญเติมได้อีกอย่างมาก M-CHAI จะใช้งบ 50 ลบ.ซื้อหุ้น รพ.เจ้าพระยา เพิ่มเป็น 22.86%BLAND ซื้อ ราคาหุ้นมีสัญญาณกลับตัวขึ้นด้วยแท่งเทียนรูปแบบ Morning Star สามารถดีดตัวกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะ 1 เดือนได้ พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เริ่มสูงขึ้น มีโอกาสแกว่งขึ้นได้ต่อเนื่อง มีเป้าหมายแรกที่ 1.51 บาท ถัดไปที่ 1.56 บาท。

AEC เผยให้ความร่วมมือ ตร.นำกำลังมาพบ-ขอเอกสารเพิ่มเติมโอนหุ้น ชูวงษ์ ส่วนการลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศฟิลิปปินส์ ได้ชะลอออกไปจากเดิมที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปีนี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงในเรื่องของการได้รับใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้าที่จะออกให้เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จเท่านั้น ทำให้บริษัทปรับแผนเป็นการร่วมลงทุนในโรงไฟฟ้าที่ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าแล้วแทนการเข้าลงทุนเองทั้งหมด โดยบริษัทฯคาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงต้นปี 59, ประจิน ชงพิจารณาลดค่าโดยสาร รถเมล์-บขส. พรุ่งนี้แนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนถึงการคาดการณ์ว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะในการแข่งขันที่แข็งแกร่งในธุรกิจหลักของบริษัทต่อไป ทั้งนี้ อันดับเครดิตของบริษัทอาจปรับเพิ่มขึ้นได้หากบริษัทสามารถเพิ่มจำนวนและความหลากหลายให้แก่ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารได้โดยที่ยังคงรักษาสถานะทางการเงินให้อยู่ได้ในระดับปัจจุบัน ในทางตรงข้าม อันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลงหากผลการดำเนินงานของบริษัทหดตัวลงเป็นเวลานาน หรือบริษัทมีการลงทุนที่มีการก่อหนี้จำนวนมาก,เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจไทยที่ยังชะลอตัวอยู่ ทำให้สาขาขาใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก โดยพื้นที่สาขาจะลดลงมาอยู่ที่ 4,000 ตารางเมตร จากเดิม 7,000 ตารางเมตร ทั้งนี้สิ้นปี 58 จะมีสาขาโฮมโปรทั้งหมด 76 สาขา และสาเขาเมก้า โฮม 7 สาขา และโฮมโปร สาขามาเลเซีย 1 สาขา อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าจะเปิดสาขาที่ 2 ในประเทศมาเลเซียภายในปลายปี 59 M-CHAI จะใช้งบ 50 ลบ.ซื้อหุ้น รพ.เจ้าพระยา เพิ่มเป็น 22.86%INTUCH (ปิด 81.25 บาท) ราคาเหมาะสมทางพื้นฐาน 87.70 บาท,ตลาดภาคเช้าปิดปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดรอบบ้านมีทั้งบวกและลบ โดยตลาดไทยยังถูกดันจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบ สำหรับภาพรวมตลาดมีแรงเก็งกำไรจากการประกาศผลประกอบการ 2Q58 ปิดตลาดภาคเช้าดัชนีเปลี่ยนแปลง -5.23 จุด มาที่ระดับ 1,423.16 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ระดับ 1.7 หมื่นล้านบาท, หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไรSAMART (ผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/58, เป้าทางกลยุทธ์ 23.00 ตัดขาดทุน 20.70), TPOLY (ผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังโดดเด่น และปี 2558 จะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิจาก backlog 5,000 ล้านบาท และงานโรงไฟฟ้าชีวมวล, เป้าทางกลยุทธ์ 4.80-4.90 ตัดขาดทุน 4.46)มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 33,551.43 ล้านบาท ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 215,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยลดลงจากระดับ 223,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 5.3% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2551 และสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์เช่นกันโดยส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์และบริการที่ลูกค้าจะไม่สามารถใช้งานได้ในระหว่างที่กำลังมีการปรับปรุงระบบ ได้แก่ บัตรเอทีเอ็มทีเอ็มบี,บัตรเดบิตทีเอ็มบี, บัตรเครดิตทีเอ็มบี, บัตรน้ำมันทุกชนิดของทีเอ็มบี (TMB Synergy Card , Prepaid card, Prepaid Plus card และ gift card) เครื่องรับบัตรเครดิต (Electronic Data Capture หรือ EDC) ของทีเอ็มบี, ตู้เอทีเอ็ม, เครื่องรับฝากเงินอัตโนมัติ, อินเตอร์เน็ตแบงกิ้งสำหรับลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ (TMB Direct, TMB Business CLICK, TMB BizDirect and TMB Supply Chain Solutions), ทีเอ็มบี ทัช โมบายแอพพลิเคชั่น, ทีเอ็มบีโฟนแบงกิ้ง และ ME by TMBสำหรับหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัท BBB แนวโน้มเครดิต คงที่ จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2557 ตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐที่จะประกาศออกมา เชื่อว่าจะไม่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นสหรัฐมากนัก แม้ว่าจะออกมาน้อยกว่าคาด แต่ตลาดก็ไม่น่าจะผ่อนคลายเรื่อง Fed เนื่องจากนักลงทุนในตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์กันไปแล้วว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ และอาจขึ้นครั้งแรกในเดือน ก.ย.58สำหรับการส่งออกในปีนี้คาดว่าจะติดลบราว 4% หลัง 6 เดือนแรกของปีนี้ออกมาติดลบ 5% แต่คาดว่าครึ่งปีหลังจะติดลบน้อยลงมาที่ 3% โดยความกังวลเกิดจากตลาดหลักชะลอตัวหลังจากเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตลาดจีนและยุโรป แต่มีปัจจัยหนุนจากตลาดกลุ่ม CLMV ที่มีสัดส่วนส่งออกเพิ่มมากขึ้น หลังจากประเทศในกลุ่มดังกล่าวประชากรมีรายได้ต่อหัวมากขึ้น และมีกลุ่มคนชั้นกลางเพิ่มมากขึ้นโดยปกติแล้วบริษัทจะมีรายได้จากธุรกิจอาหารในสัดส่วนที่มากกว่าจากธุรกิจโรงแรม อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงแรมก็สร้างอัตรากำไรและกระแสเงินสดได้มากกว่าธุรกิจอาหาร ผลประกอบการของธุรกิจโรงแรมมีความผันผวนมากกว่าเมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งนี้ ในปี 2557 บริษัทมีรายได้จากธุรกิจโรงแรมคิดเป็นสัดส่วน 45% ของรายได้รวมทั้งหมด ในขณะที่บริษัทมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายจากโรงแรมคิดเป็นสัดส่วน 75% ของกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายรวมทั้งหมด, ADVANC นับวันรอประมูล 4G พร้อมตั้งเป้ารายได้ธุรกิจบรอดแบนด์ปีนี้ราว 8 หมื่นลบ.ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 29.62 ล้านบาท หรือ 0.03 บาทต่อหุ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 149.07 ล้านบาท หรือ 0.16 บาทต่อหุ้นขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าปีนี้จะคงที่ระดับ 1.50% มองว่าเป็นระดับที่เหมาะสมต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย โดยปัจจัยที่สำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ คือ การลงทุนของภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ซึ่งภาครัฐต้องมีการเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมาก่อน ,ขณะที่ ทั้งนี้บริษัทยังคงประมาณการเงินลงทุนไว้ที่ 18,000-20,000 ล้านบาท โดยแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทฯวางกลยุทธ์ไว้ 4 ด้าน คือ การขยาย Network ให้ครอบคลุม 95% ของประชากรทั้งหมด เพื่อที่จะสามารถแข่งขันในตลาดได้ โดยปัจจุบันมีการขยายโครงข่ายไปแล้วกว่า 8,000 เซลไซต์,ปรับเปลี่ยนโครงสร้างช่องทางการขาย (distribution),เพิ่มประสิทธิภาพของเดต้า เพื่อส่งเสริมการเติบโตของรายได้ และปรับปรุงการให้บริการหลังการขาย (Service)กลยุทธ์: โฟกสการเก็งกำไรเป็นรายตัว ยังคาดตลาดทรงตัวในระดับ 1,425-1,450 จุด ได้ ซึ่งจะช่วยประคองโมเมนตัมของการเก็งกำไรตลาด โดยโฟกัสกลับมามองที่ผลประกอบการรายตัวและแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง โดยมองกลุ่มสื่อสารและสาธารณูปโภค โดยเฉพาะที่ปรับลดลงมามาก (DTAC SAMART EGCO) น่าสนใจและปลอดภัยในเชิงการเก็งกำไร ในเชิงกลยุทธ์หากดัชนีไหลุด 1,420-1,425 จุด ชะลอการลงทุนเพื่อประเมินสถานการณ์ราคาปิด 1.88 ตัดขาดทุน 1.81นอกจากนี้ หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ ยังปรับตัวลดลงกว่า 28.28% จาก 71.74 ล้านบาท มาอยู่ที่ระดับต่ำเพียง 51.45 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขที่ออกมาดังกล่าว เป็นผลจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ และการบริหารจัดการระบบด้านการติดตามหนี้。

Professor Justin Jesty’s Art and Engagement in Early Postwar Japan reframes the history of art and its politics in Japan post-1945. This fascinating cultural history addresses our broad understanding of the immediate postwar era moving toward the Cold War and subsequent consolidations of political and cultural life. At the same time, Jesty delves into an examination of the relationship between art and politics that approaches art as a mode of intervention, but he moves beyond the idea that the artwork or artist unilaterally authors political significance to trace how creations and expressive acts may (or may not) actually engage the terms of shared meaning and value.

Art and Engagement in Early Postwar Japan centers on a group of social realists on the radical left who hoped to wed their art with anti-capitalist and anti-war activism, a liberal art education movement whose focus on the child inspired innovation in documentary film, and a regional avant-garde group split between ambition and local loyalty. In each case, Jesty examines writings and artworks, together with the social movements they were a part of, to demonstrate how art—or more broadly, creative expression—became a medium for collectivity and social engagement. He reveals a shared if varied aspiration to create a culture founded in amateur-professional interaction, expanded access to the tools of public authorship, and dispersed and participatory cultural forms that intersected easily with progressive movements. Highlighting the transformational nature of the early postwar, Jesty deftly contrasts it with the relative stasis, consolidation, and homogenization of the 1960s.

Order this book online from?Cornell University Press?and use the coupon code: 09FLYER to save 30%

People Involved: 
Research Type: 
Research Status: 
Completed/published
Share